การ “เรียนพิเศษตัวต่อตัว” จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของการค้นหาตัวเอง?

สวัสดีครับ น้องๆทุกคน น้องๆหลายคนอาจจะยังค้นหาตัวเองไม่เจอหรือบางคนอาจจะยังไม่รู้เลยว่าทำอย่างไรจึงจะหาตัวเองเจอ ซึ่งบางคนอาจจะติดตามมาจากบทความที่แล้ว (เรื่อง เรียนพิเศษ ที่ไหนดี? เรียนพิเศษที่ไหนเหมาะกับเรา) เพื่อตามมาหาคำตอบ หลังจากที่ให้รอกันมาสักพักนึงแล้ว วันนี้ในฐานะที่พี่เป็นติวเตอร์ที่มีโอกาสไปสอนพิเศษน้องๆทั้งแบบ เรียนพิเศษตัวต่อตัว ที่บ้าน เป็นกลุ่ม และได้รับเกียรติไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ พี่ซึ่งเป็นตัวแทนจากสถาบัน CU to home จะมาช่วยบอกหลักคิดบางอย่างเพื่อให้น้องๆนำไปปรับใช้และประยุกต์ให้เข้ากับตัวของพวกเรากันครับ

เรียนพิเศษตัวต่อตัว เรียนพิเศษที่บ้าน เรียนพิเศษ ประถม รับสอนพิเศษตามบ้าน ติวเตอร์

การค้นหาตัวเองนั้นจริงๆแล้วมีหลายวิธีมาก ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน หรือ SWOT Analysis หรือ จะทำแบบทดสอบตามเว็บไซต์ต่างๆก็มีให้ทำกันอยู่เยอะแยะมากมาย ซึ่งการค้นหาตนเองด้วยเครื่องมือการวิเคราะห์เหล่านี้ก็จะเป็นเครื่องนี้หนึ่งที่ช่วยบอกได้ว่าเราเป็นคนอย่างไร แต่หลังจากการวิเคราะห์ด้วยสิ่งเหล่านั้นเรากลับรู้สึกว่า มันก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเราเลย นั่นเป็นเพราะว่าโปรแกรมเหล่านั้นช่วยน้องๆได้ในมุมของแนวคิดเท่านั้น ถ้าใครเคยค้นหาตัวเองด้วยวิธีการเหล่านั้นแล้วไม่เวิร์ค ลองมาทำตามวิธีแบบ “มวยวัด” กันดีกว่าครับ

1.  อย่าทำให้ชีวิตเป็นวงโคจรของดาวเคราะห์

สำหรับน้องๆที่ชอบใช้ชีวิตเป็นวงโคจรแบบดาวเคราะห์ หมายถึงคนที่มีแนวทางเดินของชีวิตในทุกๆวันเหมือนๆเดิม เช่นตื่นเช้าไปโรงเรียน เรียนเสร็จน้องบางคนอาจไปเรียนพิเศษ ไปเที่ยวหรือบางคนก็กลับบ้านมานั่งเล่นเกมส์หรือดูโทรทัศน์จากนั้นก็เข้านอน แล้วชีวิตก็วนอยู่แบบนี้ในทุกๆวัน เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางของชีวิตนั้นเราลองทำตามวิธีเหล่านี้ดูครับ ในช่วงปิดเทอมน้องๆอาจจะไปเที่ยวสถานที่แปลกๆที่ไม่เคยไปเพื่อไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้กับตัวเอง เพราะทุกๆการเดินทางนั้นจะมีเรื่องใหม่ๆให้เราต้องเรียนรู้อยู่เสมอ แต่สำหรับน้องบางคนที่ปิดเทอมก็ไปเรียนพิเศษและน้องๆที่อยู่ในช่วงเปิดเทอมนั้น ให้ใช้วิธีตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองเรียนหรือสิ่งที่ดูจากโทรทัศน์หรือโทรศัพท์มือถือของเรา เริ่มจากช่องที่เราดูบ่อยๆก่อนและลองสังเกตลงไป เราจะพบเห็นบางสิ่งที่เราสงสัยและเรายังคิดไม่ออกว่าเขาทำได้อย่างไร ถึงตรงนี้น้องบางคนอาจจะพอเข้าใจและสามารถมองเห็นได้บ้างแล้ว สำหรับน้องที่ยังคิดไม่ออกให้ใช้วิธีที่ว่า ลองทำอะไรซักอย่างที่คิดว่าน่าสนใจและถ้าพลาดก็ไม่เดือดร้อน เช่น บางคนอาจจะชอบร้องเพลงหรือตัดต่อวีดิโอก็ลองทำผลงาน อวดลงสื่อโซเชียลมีเดียเช่น youtube ดูเลยครับ อย่ากลัวที่จะพลาด อย่ากลัวว่าจะไม่มีคนดู สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้น้องๆ“ได้เริ่มลงมือทำ” เมื่อน้องเริ่มลงมือทำแล้ว น้องจะพบว่าบางอย่างมันไม่ได้ยากอย่างที่คิดถ้าเราเริ่มศึกษา บางอย่างก็อาจจะยากเกินไป ให้น้องทำมันต่อไปซักระยะหนึ่ง หมกมุ่นกับมันแล้วน้องจะสัมผัสได้เองว่าสิ่งนั้นใช่สำหรับเราหรือเปล่า

2.  ลองพูดคุยกับเพื่อนในแง่มุมอื่นๆหรือลองคุยกับเพื่อนต่างห้องบ้าง

น้องๆบางคนจะพูดคุยกับเพื่อนในสายวิชาหรือห้องของตัวเองเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดนะ แต่อยากให้ลองพูดคุยเรื่องต่างๆกับเพื่อนในกลุ่มบ้าง เพราะแต่ละคนในกลุ่มอาจจะมีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตแปลกๆ (แปลกจากมุมมองของเรา) บางครั้งบางสิ่งที่เพื่อนพูดอาจทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาว่าจริงๆมันก็น่าสนใจสำหรับเรา และทำให้เราได้ไอเดียก็ได้

3.  เลิก “เล็ง” แล้ว “ลอง” ซะ

2 ข้อข้างบนเป็นการหาไอเดียและสิ่งที่เราสนใจ แต่ว่าถ้าเราหยุดอยู่แค่นั้นเราก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสักเท่าไร ดังนั้นตอนที่ 3 นี้ก็คือ “ลองซะ” หยุดเล็งว่าอันนั้นจะดีไหม อันโน้นจะดีกว่าหรือเปล่า (ถ้ามีเยอะมากให้จดเอาไว้ก่อน) แล้วลองดูว่าอันไหนที่เรารู้สึกสนใจมากที่สุดแล้วเลือกทำอันนั้นก่อนเลย (อย่าลืม มันต้องไม่เสี่ยงด้วยนะ!) เช่น ตัดสินใจแล้วว่าจะออกกำลังกายวิธีที่ดีก็คือหาสิ่งผูกมัดตัวเองซะ เช่น ซื้อเสื่อออกกำลังกายมา หรือ สมัครลงคอร์สฟิตเนสเลย สำหรับคนที่สนใจเชิงวิชาการไม่ว่าจะวิชาอะไร คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ หรือ อะไรก็ตาม วิธีที่ช่วยได้ก็คือหาวิธีให้ตัวเองได้ลงมือทำสิ่งนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดคือผูกมัดตัวเองซะ นั่นก็คือ การเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัว นั่นเอง ซึ่งการเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวนี้มีข้อดีคือ น้องสนใจอยากเรียนวิชาอะไรก็ได้ที่อยากเรียน เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ว่าจะเวลาไหนเพราะการเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวนั้นมีความยืดหยุ่นมากกว่าเพราะน้องไม่ต้องคอยเวลาเปิดคอร์สหรือพอสมัครหลังจากเปิดคอร์สไปแล้วก็จะเรียนไม่ทันหรือเรียนคอร์ส private กับคอมพิวเตอร์ เราก็ไม่แน่ใจว่าจะตอบโจทย์ปัญหาของเราที่ต้องการได้หรือเปล่า และที่สำคัญก็คือน้องไม่ต้องเดินทางอีกด้วย(ยกเว้นว่าน้องจะเรียนนอกสถานที่นะ!) ดังนั้นน้องจะเห็นว่าการเรียนพิเศษตัวต่อตัวจะช่วยให้เราได้พูดคุยกับพี่ติวเตอร์โดยตรงและที่สำคัญกว่าก็คือเราสามารถระบุลักษณะความสามารถของพี่ติวเตอร์ได้เลย เพราะแน่นอนว่าพี่ๆติวเตอร์แต่ละคนนั้นมีความสามารถแต่ว่าอาจจะมีความถนัดบางอย่างที่แตกต่างกัน เพื่อให้การเรียนรู้ของน้องนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งเหล่านี้เป็นตัวบอกพวกเราว่า การเรียนพิเศษตัวต่อตัว มีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับการค้นหาตัวเองของพวกเรา เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเริ่มต้นค้นหาตัวเองก็คือ การได้ “เริ่มลงมือทำ” นั่นเอง

ยังจำกันได้ใช่มั้ยว่าการค้นหาตัวเองเราต้องทำ 3 อย่างนี้

  • เลิกใช้ชีวิตแบบวงโคจรเหมือนดาวเคราะห์

  • ลองเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราดูบ้าง เช่นคุยกับเพื่อนต่างห้อง

  • หยุด “เล็ง” แล้ว “ลองซะ” ด้วยการผูกมัดแบบไม่เสี่ยง

 

สุดท้ายสิ่งที่พวกเราลงมือทำหรือเรียนรู้อาจจะไม่เจอในสิ่งที่ตัวเองชอบตั้งแต่ทีแรก อย่าคิดว่ามันเสียเวลาเพราะทุกการเรียนรู้นั้นจะทำให้เรามีทักษะและประสบการณ์ที่มากขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าในอนาคตข้างหน้าพวกเราอาจจะจำเป็นต้องย้อนกลับมาเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองเคยมองข้ามก็ได้ ซึ่งประสบการณ์และทักษะที่เรามีจะทำให้เราเรียนรู้ได้ไวขึ้นในวันข้างหน้าอีกด้วย

 

 

 

ถ้าน้องๆต้องการติวเตอร์เพื่อหาคนมาสอนพิเศษ นึกถึงเรา Cu to home นะครับ

www.cutohome.com

หรือติดตามความเคลื่อนไหวที่

facebook cutohome

 

2018-06-17T00:08:03+00:00

ข้อมูลติดต่อ

43 เพชรเกษม 79 แยก 7 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160

Mobile: 0946562345

Web: CUtohome